วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565

เมื่อคืนมีธิดามารมาล่อเรา ให้เราร่วมเสพเมถุนธรรม(ตัวนี่ชาไปหมด เหมือนโดนมนต์สะกด)และขณะเข้าไปห้องน้ำออกมามีภาพปรากฏ เป็น ชื่อ รากวงค์แต่ เราตีความหมายว่า อริยะวงค์แม้จะตีเช่นนั้นแล้ว ใจมันก็ยังมุ่งจะเสพเมถุนธรรมกับนางอยู่และพอเดินออกมาและมีเทวดาฝ่ายชายอีกไม่รู้พวกไหนพูดว่าอย่าเฮ็ดให้เอื้อยเสียใจเด้อและมีเทวดาฝ่ายชายที่เป็นมารพูดว่า .. บ้อเป็นหยังดอก(การเสพเมถุนธรรม)จากนั้นเราก็เดินไปหานางที่นอนรออยู่บนเตียงเราก็ถาม สิท้องบ้อ นางตอบ บ้อ... ท้องยุเรา คลอดทางมดลูกเบาะนาง คลอดทางเกิดขึ้นเองดูๆนาง ไม่ได้รักเราเลย แต่ทำตามหน้าที่คำสั่งของพญามารจากนั้นเราก็รู้สึกตัวหลุดออกจาก..และรู้สึกว่าตัวชาไปหมด เหมือนโดนมนต์สะกดหรือฤทธิ์ของพญามารสะกดจึงสวดคาถา พระพุทธเจ้าชนะมาร ๒ ครั้งและถาคา นอบน้อมพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ เพื่อทำลายมนต์สะกดเรารู้สึกว่า ทางฝ่ายนางโกธรที่เราหลุดออกมาได้#นางเป็นคนพูดเองเลยว่า อยู่ชั้นดาวดึงส์#แต่จิตเราบอกว่านางเป็นพญานาคนางเวลาเหาะเคลื่อนที่ มีรัสมีแสงสีขาวใส วงเล็กไม่กว้างเลย ประมาณ ครึ่งวา#จึงพิจารณาต่อไปว่า ทำไมจึงต้องล่อให้เราเสพเมถุนธรรมเพื่ออะไรก็คิดคำตอบออกมาว่า"ถ้าจิตเสพเมถุนธรรม มันก็เท่ากับการ ให้จิตหมกมุ่นในราคะ ใส่เข้าไปในภายในตรงต่อใจ"(คงจะเหมือนเรา เจตนาคิดค้นเสพเมถุนธรรมกับคนที่เคยรักที่ผ่านมาแล้ว ราคะก็กำเลิบ ย้ำจิตในจุดราคะ)และคิดพิจารณาหาคำตอบไปอีกว่าก็ปาราชิกตั้ง๔ ข้อข้อขโมยทำไมไม่ยัวให้ทำก็คิดได้คำตอบออกมาว่า มันเยอะแล้ว บาตก็มี จีวรก็มี ของก็มี จิตไม่หนักไปทางขโมย ตอนนี้มาคิดพิจารณาได้เพิ่มคือ ในปาราชิก ๔ ข้อ เขาเห็น เราหนักไปข้อ เสพเมถุนธรรม และอวดอุตริมนุสธรรม มรรคภาวนาเราระวังตัวมากขึ้นกับทั้งมรรคภาวนานั้นก็มีจริงแก่เราข้อฆ่าคนฆ่าสัตว์นี่ยิ่งแล้วใหญ่ คงเห็นว่า เราไม่มีจิตหนักไปทางฆ่า"และก็คิดขึ้นมาเลยว่า ถ้าไปอยู่ป่าจะต้องเจออีกแน่ควรไปอยู่กับครูบาจารย์ หนองป่าพงจะมีบารมีของครูบาอาจย์คอยปกป้อง!!!! หรือว่า ที่พวกเขามาขัด เพราะความเพียรที่เราปรารภ(นิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุให้เกิดราคะคือ รูปะธาตุนิพพานไม่มี วัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด เรา เขา นั่นนี่ คือ รูปะธาตุ (ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่รูปะธาตุ จะเรียกว่า ไอ้เคลื่อนไหวก็ได้ จะเรียกว่าไอ้ไม่เคลื่อนไหวก็ได้ แต่จะเรียกเป็นสมมุติบัญติอย่างอื่นก็ได้ แต่ไม่เรียก)นิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุที่ให้เกิด ราคะคือ สัทธะธาตุนิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด....คือ โผฏฐัพพะธาตุ นิพพานไม่มี วัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด ความคับแค้นใจนิพพานไม่มี วัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด ความโกธรนิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด ราคะคือ รูปะชั้น๒)

เมื่อคืนมีธิดามารมาล่อเรา ให้เราร่วมเสพเมถุนธรรม
(ตัวนี่ชาไปหมด เหมือนโดนมนต์สะกด)

และขณะเข้าไปห้องน้ำออกมา
มีภาพปรากฏ เป็น ชื่อ รากวงค์
แต่ เราตีความหมายว่า อริยะวงค์
แม้จะตีเช่นนั้นแล้ว ใจมันก็ยังมุ่งจะเสพเมถุนธรรมกับนางอยู่

และพอเดินออกมา
และมีเทวดาฝ่ายชายอีกไม่รู้พวกไหน
พูดว่า
อย่าเฮ็ดให้เอื้อยเสียใจเด้อ


และมีเทวดาฝ่ายชายที่เป็นมาร
พูดว่า .. บ้อเป็นหยังดอก(การเสพเมถุนธรรม)

จากนั้นเราก็เดินไปหานางที่นอนรออยู่บนเตียง

เราก็ถาม สิท้องบ้อ 
นางตอบ บ้อ... ท้องยุ

เรา คลอดทางมดลูกเบาะ
นาง คลอดทางเกิดขึ้นเอง

ดูๆนาง ไม่ได้รักเราเลย แต่ทำตามหน้าที่
คำสั่งของพญามาร

จากนั้นเราก็รู้สึกตัวหลุดออกจาก..
และรู้สึกว่าตัวชาไปหมด เหมือนโดนมนต์สะกดหรือฤทธิ์ของพญามารสะกด
จึงสวดคาถา พระพุทธเจ้าชนะมาร ๒ ครั้ง
และถาคา นอบน้อมพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ เพื่อทำลายมนต์สะกด

เรารู้สึกว่า ทางฝ่ายนางโกธรที่เราหลุดออกมาได้

#นางเป็นคนพูดเองเลยว่า อยู่ชั้นดาวดึงส์
#แต่จิตเราบอกว่านางเป็นพญานาค

นางเวลาเหาะเคลื่อนที่ มีรัสมีแสงสีขาวใส วงเล็กไม่กว้างเลย ประมาณ ครึ่งวา


#จึงพิจารณาต่อไปว่า ทำไมจึงต้องล่อให้เราเสพเมถุนธรรม
เพื่ออะไร
ก็คิดคำตอบออกมาว่า
"ถ้าจิตเสพเมถุนธรรม มันก็เท่ากับการ ให้จิตหมกมุ่นในราคะ ใส่เข้าไปในภายในตรงต่อใจ"

(คงจะเหมือนเรา เจตนาคิดค้นเสพเมถุนธรรมกับคนที่เคยรักที่ผ่านมา
แล้ว ราคะก็กำเลิบ ย้ำจิตในจุดราคะ)

และคิดพิจารณาหาคำตอบไปอีกว่า
ก็ปาราชิกตั้ง๔ ข้อ
ข้อขโมยทำไมไม่ยัวให้ทำ

ก็คิดได้คำตอบออกมาว่า มันเยอะแล้ว บาตก็มี จีวรก็มี ของก็มี จิตไม่หนักไปทางขโมย ตอนนี้มาคิดพิจารณาได้เพิ่มคือ ในปาราชิก ๔ ข้อ เขาเห็น เราหนักไปข้อ เสพเมถุนธรรม 
และอวดอุตริมนุสธรรม มรรคภาวนาเราระวังตัวมากขึ้น
กับทั้งมรรคภาวนานั้นก็มีจริงแก่เรา

ข้อฆ่าคนฆ่าสัตว์นี่ยิ่งแล้วใหญ่ คงเห็นว่า เราไม่มีจิตหนักไปทางฆ่า"



และก็คิดขึ้นมาเลยว่า ถ้าไปอยู่ป่าจะต้องเจออีกแน่
ควรไปอยู่กับครูบาจารย์ หนองป่าพง
จะมีบารมีของครูบาอาจย์คอยปกป้อง

!!!! หรือว่า ที่พวกเขามาขัด เพราะความเพียรที่เราปรารภ

(นิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุให้เกิดราคะ
คือ รูปะธาตุ
นิพพานไม่มี วัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด เรา เขา นั่นนี่ 
คือ รูปะธาตุ (ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่รูปะธาตุ จะเรียกว่า ไอ้เคลื่อนไหวก็ได้ จะเรียกว่าไอ้ไม่เคลื่อนไหวก็ได้ แต่จะเรียกเป็นสมมุติบัญติอย่างอื่นก็ได้ แต่ไม่เรียก)
นิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุที่ให้เกิด ราคะ
คือ สัทธะธาตุ

นิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด....
คือ โผฏฐัพพะธาตุ 

นิพพานไม่มี วัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด ความคับแค้นใจ

นิพพานไม่มี วัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด ความโกธร



นิพพานไม่มีวัตถุอันเป็นเหตุให้เกิด ราคะ
คือ รูปะชั้น๒)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น