วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565

อวิชชาปัยจยาสังขาราคือภาวะที่ขันธ์ทั้งหมด ตกเป็นกุศลขันธ์บ้าง ตกเป็นอกุศลขันธ์บ้างอวิชชาเป็นตัวยืนโรงเปิดช่องไว้ก่อนแล้ว "คือความไม่รู้ หรือความรู้ไม่โจ้งแจ้งในสัจจะธรรม" เปิดทำการไว้แล้วคือโหมดรู้ไม่โจ้งแจ้งมันเปิดทำงานอยู่แล้ว เพราะเหตุนั้นจึงมีอิทธิพลทำให้จิตตะสังขารเป็นกุศลบ้างเรียกว่ามโนสุจริตและเป็นอกุศลบ้างเรียกว่ามโนทุจริตคือมโนกรรมนั่นเองและส่งต่อไปถึงวจีสุริตและวจีทุจริตอันเป็นวจีสังขารกรรมนั่นเองและส่งต่อไปจนถึงกายกรรมอันเป็นกุศลบ้างอกุศลบ้าง เรียกว่ากายสังขารต่อเมื่อสัญญีมรรคเป็นท่าปหานะปริญญาอย่างรุนแรง ทำให้ซ่างเมาคือความหลงแต่ก่อนจะขึ้นปหานะได้นั้นก็ต้องผ่านตรีรณะปริญญาก่อนและก่อนที่จะขึ้นตรีรณะปริญญาก็ต้องผ่านญาตปริญญามันเป็นการทรงท่าของจิตเปรียบเหมือนกาย ทรงท่ายืน ทรงท่าเดิน ทรงท่านั่ง ทรงท่านอน ฉันใดก็ฉันนั้น "จิต" ก็มีท่าเช่นกันจิตทรงท่าราคะ จิตทรงท่าโลภะ จิตทรงท่าโทสะ จิตทรงท่ากามฉันทะ จิตทรงท่าพยาบาท จิตทรงท่าถีนะมิทธะ จิตทรงท่าวิจิกิจฉา จิตทรงอุจถัจจะจิตทรงท่าเมตตา จิตทรงท่ากรุณา จิตทรงท่ามุฑิตา จิตทรงท่าอุเบกขาจิตทรงท่าอากาสา จิตทรงท่าวิญญานัญจา จิตทรงท่าอากิณ จิตทรงท่าเนวะสัญญาจิตทรงท่าจตุถฌาน จิตทรงท่าตะติยะญาณ จิตทรงท่าทุติยะญาณจิตทรงท่าปฐมฌานรวมรวมนำท่าต่างๆของจิตมาแบ่งก็จะออกมาเป็น๔กลุ่ม คือ ๑.จิตทรงท่ามรรค ๒.จิตทรงท่าอมรรคหรือ๑จิตทรงท่าทุกขะนิโรธและ๒จิตทรงท่าทุกขะสมุทะยะ

อวิชชาปัยจยาสังขารา
คือภาวะที่ขันธ์ทั้งหมด ตกเป็นกุศลขันธ์บ้าง ตกเป็นอกุศลขันธ์บ้าง
อวิชชาเป็นตัวยืนโรงเปิดช่องไว้ก่อนแล้ว "คือความไม่รู้ หรือความรู้ไม่โจ้งแจ้งในสัจจะธรรม"  เปิดทำการไว้แล้ว
คือโหมดรู้ไม่โจ้งแจ้งมันเปิดทำงานอยู่แล้ว 
เพราะเหตุนั้นจึงมีอิทธิพลทำให้จิตตะสังขารเป็นกุศลบ้างเรียกว่ามโนสุจริต
และเป็นอกุศลบ้างเรียกว่ามโนทุจริต
คือมโนกรรมนั่นเอง

และส่งต่อไปถึงวจีสุริตและวจีทุจริต
อันเป็นวจีสังขารกรรมนั่นเอง

และส่งต่อไปจนถึงกายกรรมอันเป็นกุศลบ้างอกุศลบ้าง เรียกว่ากายสังขาร


ต่อเมื่อสัญญีมรรคเป็นท่าปหานะปริญญาอย่างรุนแรง ทำให้ซ่างเมาคือความหลง
แต่ก่อนจะขึ้นปหานะได้นั้น
ก็ต้องผ่านตรีรณะปริญญาก่อน
และก่อนที่จะขึ้นตรีรณะปริญญา
ก็ต้องผ่านญาตปริญญา



มันเป็นการทรงท่าของจิต
เปรียบเหมือนกาย ทรงท่ายืน ทรงท่าเดิน ทรงท่านั่ง ทรงท่านอน 
ฉันใดก็ฉันนั้น "จิต" ก็มีท่าเช่นกัน
จิตทรงท่าราคะ จิตทรงท่าโลภะ จิตทรงท่าโทสะ จิตทรงท่ากามฉันทะ จิตทรงท่าพยาบาท จิตทรงท่าถีนะมิทธะ จิตทรงท่าวิจิกิจฉา จิตทรงอุจถัจจะ

จิตทรงท่าเมตตา จิตทรงท่ากรุณา จิตทรงท่ามุฑิตา จิตทรงท่าอุเบกขา
จิตทรงท่าอากาสา จิตทรงท่าวิญญานัญจา จิตทรงท่าอากิณ จิตทรงท่าเนวะสัญญา
จิตทรงท่าจตุถฌาน จิตทรงท่าตะติยะญาณ จิตทรงท่าทุติยะญาณ
จิตทรงท่าปฐมฌาน

รวมรวมนำท่าต่างๆของจิต
มาแบ่งก็จะออกมาเป็น๔กลุ่ม 
คือ ๑.จิตทรงท่ามรรค ๒.จิตทรงท่าอมรรค
หรือ๑จิตทรงท่าทุกขะนิโรธ
และ๒จิตทรงท่าทุกขะสมุทะยะ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น