อายตนะภายนอกนั่นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่าอายตนะภายในไม่เที่ยง
รูปนั่นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่า อายตนะภายในคือตา ไม่เที่ยง
เสียงนั่นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่า
อายตนะภายในคือหูไม่เที่ยง
กลิ่นนั่นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่า
อายตนะภายในคือจมูกไม่เที่ยง
อายตนะภายนอกคือรสนั่นแหละ
จะเป็นเหตุให้รู้ว่าอายตนะภายในคือลิ้นไม่เที่ยง
อายตนะภายนอกคือโผฏฐัพพะนั้นแหละ
จะเป็นเหตุให้รู้ว่าอายตนะภายในคือกายาหารนี้ไม่เที่ยง
อายตนะภายนอกคือธรรมารมณ์นั้นแหละ
จะเป็นเหตุให้รู้ว่าอายตนะภายในคือวิณญาณไม่เที่ยง
เวทนานั้นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่าวิญญาณไม่เที่ยง
สัญญานั้นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่าวิญญาณไม่เที่ยง
สังขารความคิดปรุงแต่งนั้นแหละจะเป็นเหตุให้รู้ว่าวิญญาณไม่เที่ยง เป็นทุกขขัง เป็นอนัตตา
อายตนะภายนอกก็เป็นเหตุให้บอก
ให้รู้ว่าอายตนะภายในไม่เที่ยง เป็นทุกขัง อนัตตา
อายตนะภายในก็เป็นเหตุบอกให้รู้ว่า
อายตนะภายนอกไม่เที่ยง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา
ข้างนอกบอกเป็นเหตุสืบเนื่องให้รู้ว่าข้างในไม่เที่ยง
ข้างในเป็นเหตุสืบเนื่องบอกให้รู้ว่าข้างนอกไม่เที่ยง
ไม่เที่ยงอย่างไร
รูปทำให้มีปัญรู้ว่าตาไม่เที่ยง
คือ มันฟ้าฟางมัวมน เช่นเวลาตื่นใหม่ๆ และมืดมัวฟาฟาง
เสียงทำให้มีตัวปัญญารู้ว่า หูไม่เที่ยง
คือมันไม่ค่อยได้ยิน ได้ยินไม่ชัด หรือไม่ได้ยิน
กลิ่นเป็นเหตุให้มีปัญญารู้ว่าจมูกไม่เที่ยง
คือมันไม่ค่อยได้กลิ่น เช่นเวลาเป็นหวัด
รสเป็นเหตุให้ตัวปัญญารู้ว่าลิ้นไม่เที่ยง
คือ มันไม่มีรสชาติ เข่นเวลาเป็นไข
(แท้ที่จริงรสชาติมันก็มีอยู่ แต่ตนเองไม่เที่ยง)
โผฏฐัพพะเป็นเหตุให้ตัวปัญญารู้ว่า
กายาหารไม่เที่ยง
คือ บ้างมันก็ไม่เจ็บ บ้างมันก็ไม่รู้สึกว่านั่ง
ธรรมารมณ์เป็นเหตุให้มีตัวปัญญารู้ว่า
วิญญาณไม่เที่ยง
คือ บ้างมันก็รู้เวทนา บ้างมันก็รู้สัญญา
บ้างมันก็รู้สังขาร
บ้างมันก็ไปโผ่อายตนะทางตา จึงรู้รูป
บ้างมันก็ไปโผ่อายตนะทางหู จึงรู้เสียง
บ้างมันก็ไปโผ่อายตนะทางจมูก จึงรู้กลิ่น
บ้างมันก็ไปโผ่อายตนะทางลิ้น จึงรู้รส
บ้างมันก็ไปโผ่อายนะทางกายไม่ลงไปต่ออายตนะทั้ง๔ จึงรู้โผฏฐัพพะ
#เวทนในจักขุ เที่ยงไหม
#เวทนาในโสตะเที่ยงไหม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น