วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รูปคือสิ่งที่ตาเห็น ก็เป็นเพียงสักแต่ว่าคืออาการเคลื่อนและไหว ทั้งมุมลึกและมุมหน้ากระดาน>มุมหน้ากระดานนั่นคือ เป็นสักแต่ว่าอายตนะภายนอก เคลื่อนไหวสลับรหัสอุปมาเหมือนจิ๊กซอ แต่นี่มันเป็นเหมือนจิ๊กซออนูที่ละเอียดสุดๆ >มุมลึกแบบรูปขันธ์ คือทั่วๆไปไม่ใช่แบบหน้ากระดานเหมือนอายตนะ แต่ลึกเข้าไป และก็เป็นอนูที่ละเอียดสุดๆเหมือนอนูในฝ่ายอายตนะทั้งสองมุมมองนั้น ก็เป็นอาการการสำคัญมั่นหมายทั้งนั้น แต่เป็นอาการสำคัญมั่นหมายที่ต่างกันทั้งสองนั้น จะมองมุมไหนก็สามารถน้อมพิจารณาว่าเป็นสักแต่ว่า อาการอนูเคลือนไหว อะนูอะตอมดิน อะนูอะตอมน้ำ ก็คือเม็ดดินที่เล็กสุดๆ ส่วนที่เป็นน้ำที่น้อยนิดสุดๆ ทำการเคลื่อนตัวเดินทางไปเป็นกลุ่มตามแต่จะถูกเหตุปัจจัยให้เคลื่อนไปทางไหนแม้ใบไม้เขียวสด ก็มีอะตอมส่วนที่จัดสงเคราะห์ว่าเป็นธาตุดิน มีการจับกันอยู่ในลักษณะเป็นกลุ่มเรียงตัวกัน แม้วัตถุอื่นๆที่เป็นส่วนของปฐวีธาตุก็มีการเรียงตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนถ้าว่าเฉพาะ รูปขันธ์ ที่สมมุติตั้งชื่อเรียกขานกันก็คือ อะตอมดิน อะตอมน้ำ และพลังงานธาตุไฟ และธาตุลม หาใช่สัตว์บุคคลไม่ ทรงไว้แต่อาการเคลื่อนไหวธาตุไหลเวียนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไม่หยุด และก็ไปสำคัญมั่นหมายว่าเป็นคนเป็นสัตว์ แม้เสียง ก็เป็นแต่เพียงกระแสเสียงที่ต่างกัน ต่างระดับเสียง ต่างลักษณะเสียง ทรงไว้ซึ่งความเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ทุกขัง ทนอยู่สภาพเดิมคงที่ไม่ได้ อนัตตาเข้าไปมีตัณหาบังคับบัญชาให้เป็นอัตตาไม่ได้ คือบังคับบัญชาไม่ได้แม้กลิ่น ก็ทรงเป็นลักษณะมวลกลิ่นหอม มวลกลิ่นเหม็น มวนกลิ่นไม่หอมไม่เหม็น ก็ไม่สามารถคงที่คงทรงตัวอยู่ในลักษณะเป็นอัตตาได้ ดังเช่นกลิ่นผายลม เมื่อผายลมออกมาแล้ว แม้ดม หรือไม่ดม มันก็จะแปรหายไปรส ก็เป็นปรากฏการเปลี่ยนแปลง อนิจจัง ทุกขขัง อนัตตา ไตรลักษณ์แบบลักษณะเดียวกันกับรูป และ เสียงแม้โผฏฐัพพะ ก็ทรงเป็นลักษณะตึบๆปึดๆทึบ โผฏฐััพะดินโผฏฐัพพะน้ำ ก็เป็นวึยว่าวๆเหลวๆโผฏฐัพพะไฟ ก็เป็นอุ่นๆร้อนๆโผฏฐัพะเย็น ก็เป็นเย็นๆแม้แต่กระแสเม็ดสภาวะธัมมารมณ์ ก็เป็นเป็นปรากฏการที่ออกมาใหม่ๆเรื่อยเกิดขึ้นใหม่เรื่อยๆเหมือนท่อรถมอเตอร์ไชตคันเก่าๆน้ำมันเครื่องไม่ดี ที่วิ่งไปตามถนนแล้วควัณสีขาวหรือสีดำก็ออกมาจากรูท่อใหม่เรื่อยๆ แม้ฉันใด เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็ออกมาจาก สิ่งๆหนึ่ง อยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน

รูปคือสิ่งที่ตาเห็น ก็เป็นเพียงสักแต่ว่าคืออาการเคลื่อนและไหว ทั้งมุมลึกและมุมหน้ากระดาน
>มุมหน้ากระดานนั่นคือ เป็นสักแต่ว่าอายตนะภายนอก เคลื่อนไหวสลับรหัสอุปมาเหมือนจิ๊กซอ แต่นี่มันเป็นเหมือนจิ๊กซออนูที่ละเอียดสุดๆ 

>มุมลึกแบบรูปขันธ์ คือทั่วๆไปไม่ใช่แบบหน้ากระดานเหมือนอายตนะ แต่ลึกเข้าไป และก็เป็นอนูที่ละเอียดสุดๆเหมือนอนูในฝ่ายอายตนะ

ทั้งสองมุมมองนั้น ก็เป็นอาการการสำคัญมั่นหมายทั้งนั้น แต่เป็นอาการสำคัญมั่นหมายที่ต่างกัน

ทั้งสองนั้น จะมองมุมไหน
ก็สามารถน้อมพิจารณาว่าเป็นสักแต่ว่า อาการอนูเคลือนไหว  อะนูอะตอมดิน อะนูอะตอมน้ำ ก็คือเม็ดดินที่เล็กสุดๆ ส่วนที่เป็นน้ำที่น้อยนิดสุดๆ   ทำการเคลื่อนตัวเดินทางไปเป็นกลุ่มตามแต่จะถูกเหตุปัจจัยให้เคลื่อนไปทางไหน
แม้ใบไม้เขียวสด ก็มีอะตอมส่วนที่จัดสงเคราะห์ว่าเป็นธาตุดิน มีการจับกันอยู่ในลักษณะเป็นกลุ่มเรียงตัวกัน แม้วัตถุอื่นๆที่เป็นส่วนของปฐวีธาตุก็มีการเรียงตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน

ถ้าว่าเฉพาะ รูปขันธ์ ที่สมมุติตั้งชื่อเรียกขานกัน
ก็คือ อะตอมดิน อะตอมน้ำ และพลังงานธาตุไฟ และธาตุลม  หาใช่สัตว์บุคคลไม่ ทรงไว้แต่อาการเคลื่อนไหวธาตุไหลเวียนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไม่หยุด และก็ไปสำคัญมั่นหมายว่าเป็นคนเป็นสัตว์ 
แม้เสียง ก็เป็นแต่เพียงกระแสเสียงที่ต่างกัน ต่างระดับเสียง ต่างลักษณะเสียง ทรงไว้ซึ่งความเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ทุกขัง ทนอยู่สภาพเดิมคงที่ไม่ได้ อนัตตาเข้าไปมีตัณหาบังคับบัญชาให้เป็นอัตตาไม่ได้ คือบังคับบัญชาไม่ได้
แม้กลิ่น ก็ทรงเป็นลักษณะมวลกลิ่นหอม มวลกลิ่นเหม็น มวนกลิ่นไม่หอมไม่เหม็น ก็ไม่สามารถคงที่คงทรงตัวอยู่ในลักษณะเป็นอัตตาได้ ดังเช่นกลิ่นผายลม เมื่อผายลมออกมาแล้ว แม้ดม หรือไม่ดม มันก็จะแปรหายไป
รส ก็เป็นปรากฏการเปลี่ยนแปลง อนิจจัง ทุกขขัง อนัตตา ไตรลักษณ์แบบลักษณะเดียวกันกับรูป และ เสียง
แม้โผฏฐัพพะ ก็ทรงเป็นลักษณะตึบๆปึดๆทึบ โผฏฐััพะดิน
โผฏฐัพพะน้ำ ก็เป็นวึยว่าวๆเหลวๆ
โผฏฐัพพะไฟ ก็เป็นอุ่นๆร้อนๆ
โผฏฐัพะเย็น ก็เป็นเย็นๆ

แม้แต่กระแสเม็ดสภาวะธัมมารมณ์ ก็เป็นเป็นปรากฏการที่ออกมาใหม่ๆเรื่อยเกิดขึ้นใหม่เรื่อยๆเหมือนท่อรถมอเตอร์ไชตคันเก่าๆน้ำมันเครื่องไม่ดี ที่วิ่งไปตามถนนแล้วควัณสีขาวหรือสีดำก็ออกมาจากรูท่อใหม่เรื่อยๆ แม้ฉันใด เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็ออกมาจาก สิ่งๆหนึ่ง  อยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น