> สมาธิแบบ เหวี่ยงซ้ายขวา ตัวเอนตัวหมุ่นๆ อยู่นานเป็นเกือบชัวโมง พร้อมน้ำตาปิติ เพราะแผ่บุญให้ชั้นนั้นชั้นนี้และลงมาหัวหน้าแล้วลงมา และหัวหน้าลงมา และหัวหน้าลงมา และกินนร กินนรี และก็หัวหน้าลงมา
และลงเปตร
ลงสัตว์นรก
ลงยะมัดสะลงนายบาลและสัตว์นรก
แผ่แบบอื่นก็มี แบบเจาะจง ขนาด ความสั้น ความยาว จำนวนเท้า บนบก อากาศ ในน้ำ
และแผ่แบบตามฉบับโจโฉร้อยขึ้นมา
และแผ่แบบสมาธิคลื่นบุญ
ผสมผสานสลับกันทั้งเมตตาจิตและวิปัสนาจิตและสมถะจิต
และแผ่แบบตามหนังสือ สรรพเพสัตตา ทำนองนั้นแหละ
แปรสภาพเป็น สมาธิเย็นๆ ในระดับแรก ไม่รู้จะว่าอุปจาระหรืออัปณา แต่ความจริงคือก็คือเป็นชื่อใดชื่อหนึ่งไม่อุปจารระสมาธิก็อัปณาสมาธิ
ถ้าบริกรรมไปเรื่อยๆคงถึงปฐมฌานอย่างอ่อนอย่างกลางอย่างละเอียด และอาจขึ้นไปทุติยฌานฯไปจนถึงฌาน๔
> คือหลับตาข้างเดียวนำฝาขวดน้ำสีแดงมา มองมอง รี่ตาให้แคบลง เห็นวงกลมสีแดง
> นามสัญญาดึงจิตย้อนเข้ามาที่ตน
คือปรุงสัญญาภาพด้านหลังศรีษะขึ้นมาในมโนทวารพร้อมกับจิตไปรู้ตรงศรีษะด้านหลัง
หรือ ตรงกระดูกด้านหลัง
> นามสัญญาที่ทำให้จิตคลายวางธาตุของโลก ( Earth ) พวก ยาเภสัช อาหารปิณฑบาตร กุฏี ปัจจัย๔ที่ควรกับสมณะ และพวก โทรศัพท์ โน๊ตบุ๊ค
มโนทวารภาพ แยกออกเป็นชิ้นเล็กเท่าขี้ตา หลายๆเม็ด กระจายห่างออกมา
หมายว่า ธาตุชิ้นเล็กๆน้อย มารวมกันให้ยึดว่าเป็นวัตถุให้ถือหนักไม่ว่างเปล่าเลย
เดินจรงกลม คือพูดในใจว่า "โผฏฐัพะๆ"
ไปพร้อมกับ ภาวะอาการฝ่าเท้ามีการสัมผัสกับดิน
ไปเรื่อยๆ และจิตก็ไปรู้ภาวะอาการสัมผัสนั้น
แปรสภาพเป็น จิตรวมหดเข้ามาแต่ไม่รวมมากเต็มที่ เท่าข้างบน น่าจะ 75 % ของอุปจาระสมาธิ แต่ไม่ถึงปฐมฌาน
แผ่เมตตา แบบที่เคยอ่านในพระสูตรประมาณว่าพระสารีบุตรเทศณ์เกี่ยวกับเจริญเมตตาจิต
แผ่กระแสแสงบุญผ่านความว่างที่เป็นที่ที่ให้ตั้งของวัถุต่างๆไปยังทั่วทั้งแสนโกฏจักรวาล
เลยแปรสภาพเป็นจิตสรรพสัตว์ได้รับกระแสบุญ
สมาธิชนิดที่สอง
ปฐมฌานที่เกิดจากอสุภะกรรมฐาน
สีเปลี่ยนมาเรื่อยๆจนเป็นสีขาว
และทำ โอทาตสกิน เพื่อให้เกิดทิพย์จักษุ
"ชอบสงเคราะห์ผู้ที่เคยทำสิ่งดีๆให้ตนในอดีต ครู แม้ครูจะไม่ค่อยชอบ ก็นิรนามเอาให้ เพราะถ้าแสดงตนไป ครูจะไม่ชอบ แต่ใจความ เพื่อให้ครูรู้ธรรมะ และแล้วก็มีข่าวเศร้าว่า ครูตายแล้ว
และ และพวกเด็ก ๆ เณร ประมาณว่าทำบางอย่างให้เขาได้บุญ ในแบบใกล้ๆตัวและไกลๆ เป็นขอบเขตที่เข้าไปไม่ได้นัก
ไกลๆ เช่น เห็นคนไถ่นา อยากให้เขาได้บุญ ก็เดินไปขอกินน้ำเขา เพื่อให้เขาได้บุญ
และอยากให้เขาได้บุญ ก็ขอน้ำเขา
เดินไปเองก็ได้เพราะชอบเดิน แต่เจาอาสาไปส่ง ก็คิดว่าถ้าขึ้นเขาจะได้บุญก็เลยขึ้น
และอยากให้เด็กได้บุญก็บอกให้เขานวดให้บีบๆแบบงูๆปลาๆ บางที่นวดแรงเจ็บๆก็บอกให้เบาๆ
ชวนคนทำบุญก็มี เอาcdหลายๆแผ่น ให้ครู ไปทำบุญแจกผู้อื่นเป็นบุญของตนเอง
กระจ่ายหนังสือสอนปฏิบัติธรรม สติปัฏฐานสี ไปยัง ห้องสมุด รร เขื่องใน รร ม่วงสามสิบ รร จิกดู่ รร หัวตะพาน
ส่วนแผ่นcdไป รร มัธยม หลายแห่งในเขตอำนาจเจริญ และอุบล และเขาน่าจะกระจ่ายแจกต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น