พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ
11 ก.พ. 2016
ถาม – การแผ่เมตตากับการอุทิศส่วนกุศลแตกต่างกันอย่าง
ไรคะ?
ตอบ -
การแผ่เมตตานั้น เหมือนนั่งๆคุยกันอยู่กับใครแล้
วเราอยากพูดดีให้เขาสบายใจ ก็จะมีลักษณะของ
จิตแบบแผ่เมตตาอ่อนๆออกมาแล้ว หากใครบอกว่าฝึก
แผ่เมตตาแล้วไม่สำเร็จ เป็นของยาก ก็ขอให้ลองตั้งใจพูดดี พูด
ให้คนอื่นรื่นหู พูดให้คนอื่นเป็นสุข มีความสามัคคีกลมเกลียว
กันมากๆ เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี ตั้งใจไว้เลยว่าคำที่ออก
จากปากเราจะมีแต่กลิ่นหอมหวน นุ่มนวลเสนาะโสต
ไม่เหม็นเน่า ไม่แหลมระคายแก้วหูใคร ถึงวันหนึ่งหากสัมผัสรู้สึก
ได้ว่ามีกระแสความปรารถนาดีจริงใจแผ่นำออกไปก่อนพูด ก็
ให้ทราบเถิดว่าอันนั้นแหละ คุณเป็นนักแผ่เมตตาผ่านคำพูดแล้
ว
ส่วนการอุทิศส่วนกุศลนั้นไม่ใช่แค่มีการตั้งจิตคิดดีกับใครเฉยๆ
ก่อนอื่นต้องทำบุญ หรือระลึกถึงบุญ ซึ่งทำให้เรารู้สึก
ถึงรัศมีกองบุญนั้น ทำให้แช่มชื่น ทำให้มีความยินดีปรีดา
อย่างน้อยก็อยากทำให้ยิ้มในหน้าขึ้นมาเองอย่างเ
ป็นธรรมชาติ ที่ความรู้สึกตรงนั้น คุณจะสัมผัสกองบุญอัน
เป็นนามธรรมได้ด้วยใจอย่างแจ่มชัด แทบจะเรียกว่าเห
มือนถือสมบัติเป็นตัวเป็นตนไว้ด้วยมือทีเดียว แตกต่างจากเวลาค
ิดนึกเอาลอยๆเป็นคนละเรื่อง และเมื่อรู้สึกชัดราวกับกองบุญเ
ป็นสมบัติที่ถือด้วยมือ ใจคุณย่อมเห็นกองบุญเป็นสิ่งที่ยกมอบผู้อื่นร่ว
มถือครองสมบัติด้วยกันได้เช่นกัน เรื่องสัมผัสอันเป็นนามธรรมนั้น
สนุกครับ ทำบุญไว้มากๆเถอะ จะเข้าใจที่ผมพูดตรงนี้เอง
เมื่อกล่าวถึงลักษณะจิตคิดอุทิศส่วนกุศล ก็ต้องกล่าวถึงล
ักษณะจิตคิดรับส่วนกุศลด้วย การรับส่วนกุศลทำได้โดยยินดี
ปลื้มใจ และคิดส่งเสริมสนับสนุนในบุญผู้อื่น อย่างที่เรียกว่า ‘
อนุโมทนาบุญ’ นั่นเอง
หากปราศจากจิตคิดยินดีในบุญ จู่ๆบุญหนึ่งๆจะเข้าไปเป็นสมบัต
ิของใครไม่ได้ เหมือนประตูที่ไม่อ้ารับของ หรือเหมือนมือที
่ไม่ยอมแบรับเงิน ข้าวของเงินทองย่อมกองอยู่ตรงนั้นเฉยๆ โดย
ไม่อาจมีผู้ใดนำไปใช้ได้ อย่างมากที่สุดอาจเหมือนเขาสาดน
้ำมาให้เย็นผิวกาย เดี๋ยวเดียวก็ร้อนใหม่ โดยหาแหล่งน้ำเองไม่
เป็น
การฝึกเฉลี่ยบุญให้ผู้อื่นอนุโมทนานั้น คุณจะได้เห็นผลทันตา
เป็นความเบิกบานใจของผู้รับนั้น อย่าเอาแต่นึกๆคิดๆ
อยู่ฝ่ายเดียว พลังจิตหรือพลังอธิษฐานของคนทั่วไปไม่อาจกระตุ้
นให้ญาติมิตรรู้สึกดีขึ้นเหมือนสาดน้ำมนต์ คุณควรชักชวนพูด
คุยเหมือนเจ๊าะแจ๊ะให้เขารื่นเริงใจเป็นปกติ แล้วอาศัยความรื
่นเริงใจของเขาเป็นสื่อ ค่อยๆหยอด ค่อยๆพูดถึงบุญที่คุณทำมา
พร้อมพรรณนาให้เขาซึมซับรับรู้ตาม ว่าคุณรู้สึกแสน
ดีปานไหนกับบุญที่ได้ทำ อาจบรรยายบรรยากาศให้
เขาเห็นภาพตาม หรืออาจให้เขาสัมผัสถึงความปรีด
าปราโมทย์ในใจของคุณขณะปัจจุบันนั้นเลยได้ยิ่งดี
พอฝึกพูดให้คนอื่นนึกยินดีตามบุญของคุณได้บ่อยๆ คุณ
จะรู้สึกว่าตัวเองมีพลังเพิ่มขึ้นชนิดหนึ่ง คือสามารถกระตุ้น
ให้คนรอบข้างรู้สึกดีไปกับงานบุญงานกุศลของคุณได้อย่างรวด
เร็ว แม้เพียงเห็นคุณกำลังทำบุญ ก็เหมือนมีข่ายใ
ยกุศลแผ่ออกไปโดยรอบ และเหนี่ยวนำให้จิตใครต่อใครพลอ
ยปลาบปลื้มยินดีไปพร้อมกัน
ถาม – เคยอ่านพบมา เห็นบอกว่าการอุทิศส่วนกุศลโดยต
ั้งจิตคิดยกให้คนอื่นหมด จะทำให้บุญหมด หรือเหลือบุญเพี
ยงครึ่งเดียว อันนี้เป็นความจริงหรือไม่คะ?
ไม่จริงหรอกครับ เหมือนคุณให้เขาเอาเทียนมาต่อเปลวไฟ
ไฟของคุณไม่ดับลงหรอก กลับจะทำให้ห้องสว่างขึ้นเพราะเ
กิดการขยายผลบุญด้วยซ้ำ คุณได้บุญเพิ่มนะครับถ้าทำได้จร
ิง ไม่ใช่ว่าบุญลด คนเผยแพร่ความคิดผิดๆแบบนี้จัดเ
ป็นมิจฉาทิฏฐิ ผลกรรมจะทำให้เขาจิตใจคับแคบ มีศักดิ์ศรีน้อย
ทุ่มทำบุญแค่ไหนก็ได้ผลจำกัด เพราะฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อ
หรือยินดีตาม เนื่องจากอาจทำให้คุณได้ส่วนเคราะห์แบบเดียว
กับเขาไปด้วยไม่มากก็น้อย
ที่มา dungtrin
11 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 20:15 น. ·
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น