วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ23 ม.ค. 2016"เราจะต้องพลัดพรากจากของรักจากของเจริญใจทั้งปวงเป็นธรรมดา""เรามีความแก่เป็นธรรมาดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้""เรามีร่างกายเป็นอนิจจัง(ไม่เที่ยง)เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นอนิจจังไปไม่ได้ในขณะที่ยังเมาในร่างกายว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวผมยังดำสนิท ยังไม่ขาวงอก ขอคิดพูดทำเรื่องไม่มีประโยชน์สักหน่อย อีกนาน.กว่าจะแกเฒ่ากว่าจะเจ็บไข้แต่กาย..ถ้าเขามีความนึกคิดได้เหมือนกับใจเขาจะบอกว่า "มึงคิดย้อนกลับไปตอนเด็กอนุบาลเถอะ ตอนนั้นร่างกายเป็นยังไง ยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ใช่ไหม เท้าก็เล็ก แขนก็เล็ก มือก็เล็ก ลำตัวก็เล็ก ศรีษะก็เล็ก ตัวก็เตี้ยแล้วตอนนี้ ณ ปัจจุบัน กายเป็นอย่างไรไม่เหมือนตอนเป็นเด็กเลย แขนก็ยาว ลำตัวก็ใหญ่ ตัวก็สูงโครงหน้าก็เปลี่ยนก็เพราะมันแปรเปลี่ยนตลอดเวลา มันไม่เที่ยงคงที่"เห็นความไม่เที่ยงของกายหรือยัง"ขณะนี้เองกายเขาก็กำลังแปรเปลี่ยนไปหาความแก่ชราและไปหาความตาย""เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้""เหมือน ก้อนน้ำแข็งที่กำลังละลาย"่อะไรทำไปแล้วมันเสียเวลาเล่นๆ มันไม่เกิดประโยชน์แท้จริงแก่ความเจริญในชีวิตเราเลย ให้ลดละเลิกสิ่งเหล่านั้นเสีย แล้วมุ่งความเจริญในชีวิต# วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่เราเพลิดเพลินกับเรื่องไร่สาระอะไรอยู่ถ้ามุ่งไปทางโลก ถ้ามีเป้าหมายมุ่งความสำเร็จในอาชีพงานทางโลก อย่าไปหลงติดตัวล่อ ที่ชวนหักเห..ออกจากเป้าหมายถ้าไปทางธรรมถ้ามีเป้าหมายคือ "อยากพ้นนรกถาวร"ให้ทราบว่านั้นเป็นความคิดที่ดีมากก็ต้องเริ่มหัดภาวนาดูกายดูใจไม่เที่ยงเห็นว่าสิ่งที่จิตเราไปรู้ มันไม่เที่ยง"เห็นอารมณ์ความพอใจดีใจ เกิดขึ้น แล้วแปรเปลี่ยนหายไปเวลามันเกิดความพอใจขึ้นอีกก็รู้อีก เกิดขึ้นอีกก็รู้อีก มันจะเกิดขึ้นกี่ครั้งก็รู้มันเห็นความไม่พอใจหงุดหงิดอึดอัดแน่นอกแน่นใจ เกิดขึ้นแล้วแปรเปลี่ยนหายไป"เวลามันเกิดขึ้นอีก ก็รู้อีก เกิดขึ้นอีกก็รู้อีกเกิดขึ้นอีกก็รู้อีกให้ภาวนาควบคู่กับชีวิตในประจำวันทุกๆวัน ไปจนตาย# ไม่นานหนอ กายนี้จักนอนทับแผ่นดินถูกทอดทิ้งปราศจากวิญญาณ เหมือนท่อนไม่ที่ไร่ประโยชน์ฉันนั้น

พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ
23 ม.ค. 2016
"เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก
จากของเจริญใจทั้งปวงเป็นธรรมดา"
"เรามีความแก่เป็นธรรมาดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้"
"เรามีร่างกายเป็นอนิจจัง(ไม่เที่ยง)เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นอนิจจั
งไปไม่ได้
ในขณะที่ยังเมาในร่างกายว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวผม
ยังดำสนิท ยังไม่ขาวงอก ขอคิดพูดทำเรื่องไม่มีประโยชน์ส
ักหน่อย อีกนาน.กว่าจะแกเฒ่ากว่าจะเจ็บไข
แต่กาย..ถ้าเขามีความนึกคิดได้
เหมือนกับใจ
เขาจะบอกว่า "มึงคิดย้อนกลับไปตอนเด็กอนุบาลเถอะ ตอน
นั้นร่างกายเป็นยังไง ยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ใช่ไหม เท้าก็เล็ก แขนก็
เล็ก มือก็เล็ก ลำตัวก็เล็ก ศรีษะก็เล็ก ตัวก็เตี้ย
แล้วตอนนี้ ณ ปัจจุบัน กายเป็นอย่างไร
ไม่เหมือนตอนเป็นเด็กเลย แขนก็ยาว ลำตัวก็ใหญ่ ตัวก็สูง
โครงหน้าก็เปลี่ยน
ก็เพราะมันแปรเปลี่ยนตลอดเวลา มันไม่เที่ยงคงที่
"เห็นความไม่เที่ยงของกายหรือยัง"
ขณะนี้เองกายเขาก็กำลังแปรเปลี่ยนไปหาความแก่ชรา
และไปหาความตาย"
"เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้"
"เหมือน ก้อนน้ำแข็งที่กำลังละลาย"
อะไรทำไปแล้วมันเสียเวลาเล่นๆ มันไม่เกิดประโยชน์แท้จริงแก่คว
ามเจริญในชีวิตเราเลย ให้ลดละเลิกสิ่งเหล่านั้นเสีย แล้วมุ่ง
ความเจริญในชีวิต
# วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่
เราเพลิดเพลินกับเรื่องไร่สาระอะไรอยู่
ถ้ามุ่งไปทางโลก ถ้ามีเป้าหมายมุ่งความสำเร็จในอ
าชีพงานทางโลก อย่าไปหลงติดตัวล่อ ที่ชวนหักเห..ออก
จากเป้าหมาย
ถ้าไปทางธรรม
ถ้ามีเป้าหมายคือ "อยากพ้นนรกถาวร"
ให้ทราบว่านั้นเป็นความคิดที่ดีมาก
ก็ต้องเริ่มหัดภาวนาดูกายดูใจไม่เที่ยง
เห็นว่าสิ่งที่จิตเราไปรู้ มันไม่เที่ยง
"เห็นอารมณ์ความพอใจดีใจ เกิดขึ้น แล้วแปรเปลี่ยนหายไป
เวลามันเกิดความพอใจขึ้นอีกก็รู้อีก เกิดขึ้นอีกก็รู้อีก มัน
จะเกิดขึ้นกี่ครั้งก็รู้มัน
เห็นความไม่พอใจหงุดหงิดอึดอัดแน่นอกแน่นใจ เกิดขึ้น
แล้วแปรเปลี่ยนหายไป"
เวลามันเกิดขึ้นอีก ก็รู้อีก เกิดขึ้นอีกก็รู้อีก
เกิดขึ้นอีกก็รู้อีก
ให้ภาวนาควบคู่กับชีวิตในประจำวัน
ทุกๆวัน ไปจนตาย
# ไม่นานหนอ กายนี้จักนอนทับแผ่นดิน
ถูกทอดทิ้งปราศจากวิญญาณ เหมือนท่อนไม่ที่ไร่ประโยชน์ฉัน
นั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น