วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ27 ม.ค. 2016หลวงพ่อจรัญ มรณะภาพแล้ว"แม้แต่พระเกจิ ความตายยังมาถึงร่างกายได้"แล้ว เราจะรอดเหรอ..ถามตนเอง?ก็ตอบว่าไม่รอดพระพุทธเจ้าตรัสว่า# ภิกษุทั้งหลาย กายนี้คือกรรมเก่า ไม่ใช่ของเธอ และไม่ใช่ของใครทั้งหลาย แต่กายนี้เป็นกรรมเก่า อันมีเหตุปัจจัยจึงมีขึ้นได้# เหตุปัจจัย คือ ศีล ๕ หรือ กุศลกรรมบท๑๐และบุญกุศลจากการเคยรักษาศีลตรงๆในหลายชาติ ถึงคราวให้ผล จึงเข้าท้องมนุษย์ได้และศีลที่รักษารักษาทรงได้ไม่นาน แต่สะสมไว้หลายครั้งหลายหน เรียกว่าเก็บเล็กผสมน้อยก็ได้ให้ผลต่อติดกัน จึงเข้าท้องมนุษย์ได้# และศีลที่เกิดจากภาวนาให้ผล จึงเข้าท้องมนุษย์ได้(ระยะเวลาก่อนที่ความตายจะมาถึงร่างกายนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะ แบ่งเวลา เป็นช่วงๆ ภาวนา ศีลจะอยู่ในภานาอัตโนมัติ)วิธีภาวนา ต้องเข้าใจก่อนเวทนามี๓อย่าง๑.สุขเวทนา คือ อารมณ์สุข๒.ทุกข์เวทนา คือ อารมณ์ทุกข์๓.อทุกขมสุขเวทนา คือ อารมณ์เฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์เมื่อเรามีความสุขใจ นั้นแสดงว่า จิตไปรู้สุขเวทนาเมื่อเราทุกข์ใจ นั้นแสดงว่า จิตไปรู้ทุกข์เวทนาเมื่อเราไม่สุขไม่ทุกข์ นั้นแสดงว่า จิตไปรู้ อุเบกขาเวทนาคือเฉยๆให้เรามีสติตื่นรู้ สังเกต3อารมณ์นี้ให้บ่อยๆใหม่ๆไม่ต้องรู้นานก็ได้ แต่ต้องรู้บ่อยๆเท่านี้ก็เป็นการภาวนาแล้วตามคำสอนพระพุทธเจ้าแล้วทุศีลเล็กๆน้อยๆอยู่ ถ้ามีการภาวนาอย่างนี้ไปด้วยในขีวิตประจำวันทุกวันจะไม่ลงอบายภูมิ๑.นรก๒.เดรัจฉาน๓.เปตรวิสัย

พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ
27 ม.ค. 2016
หลวงพ่อจรัญ มรณะภาพแล้ว
"แม้แต่พระเกจิ ความตายยังมาถึงร่างกายได้"
แล้ว เราจะรอดเหรอ..
ถามตนเอง?
ก็ตอบว่าไม่รอด
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
# ภิกษุทั้งหลาย กายนี้คือกรรมเก่า ไม่ใช่ของเธอ และไม่
ใช่ของใครทั้งหลาย แต่กายนี้เป็นกรรมเก่า อันมีเหตุปัจจัยจึงมีขึ้น
ได้
# เหตุปัจจัย คือ ศีล ๕ หรือ กุศลกรรมบท๑๐
และบุญกุศลจากการเคยรักษาศีลตรงๆในหลายชาติ ถึงคราว
ให้ผล จึงเข้าท้องมนุษย์ได้
และศีลที่รักษารักษาทรงได้ไม่นาน แต่สะสมไว้หลายค
รั้งหลายหน เรียกว่าเก็บเล็กผสมน้อยก็ได้
ให้ผลต่อติดกัน จึงเข้าท้องมนุษย์ได้
# และศีลที่เกิดจากภาวนาให้ผล จึงเข้าท้องมนุษย์ได้
(ระยะเวลาก่อนที่ความตายจะมาถึงร่างกายนี้ ควรอย่างยิ่งที่
จะ แบ่งเวลา เป็นช่วงๆ ภาวนา ศีลจะอยู่ในภานาอัตโนมัติ)
วิธีภาวนา ต้องเข้าใจก่อน
เวทนามี๓อย่าง
๑.สุขเวทนา คือ อารมณ์สุข
๒.ทุกข์เวทนา คือ อารมณ์ทุกข์
๓.อทุกขมสุขเวทนา คือ อารมณ์เฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์
เมื่อเรามีความสุขใจ นั้นแสดงว่า จิตไปรู้สุขเวทนา
เมื่อเราทุกข์ใจ นั้นแสดงว่า จิตไปรู้ทุกข์เวทนา
เมื่อเราไม่สุขไม่ทุกข์ นั้นแสดงว่า จิตไปรู้ อุเบกขาเวทนา
คือเฉยๆ
ให้เรามีสติตื่นรู้ สังเกต3อารมณ์นี้ให้บ่อยๆ
ใหม่ๆไม่ต้องรู้นานก็ได้ แต่ต้องรู้บ่อยๆ
เท่านี้ก็เป็นการภาวนาแล้วตามคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว
ทุศีลเล็กๆน้อยๆอยู่ ถ้ามีการภาวนาอย่างนี้ไปด้วยในขีวิตประจำวันทุกวัน
จะไม่ลงอบายภูมิ
๑.นรก
๒.เดรัจฉาน
๓.เปตรวิสัย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น