น่าสงสารหมา..
...
มันร้องแบบครวนคางทรมาณมาก..
...
มันทุกข์ทั้งทางกายและทางทั้งจิต
..
ถ้ามันฟังภาษาคนรู้เรื่องเหมือนสัตว์ในสมัยหลายกัปมาแล้ว ที่คุย
กับคนรู้เรื่อง..
เราจะแสดงธรรมะให้มันฟังว่า
"ทุกข์ทางกายมันโชว์ให้ดูแล้ว เห็นไหม รู้สึกไหม ความทุกข์นั้นมัน
อยู่ที่ส่วนกาย
แต่เราคือจิตคือวิญญาณ ที่รู้ความทุกข์
..
ถ้ารู้ทุกข์แบบเฉยๆ มันจะทุกข์ก็ทุกข์ไป แต่เราจะไม่มีอุ
ปาทานหมายมั่นว่า
สภาพภาวะความทุกข์นั้นเป็นเรา ใช่เราแน่ๆ
..
เเต่เราจะเฝ้าดูมัน จนกว่ากายมันจะถึงภาวะที่ไม่ให้
วิญาณอาศัยได้
...
เราก็จะไม่ต้องมารู้ความทุกข์ของร่างกายแล้ว
ข้าพระเจ้าเห็นอย่างนี้แล้วก็สงสาร
จึงใช้นิ้วมือ แตะที่ปลายจมูกมันในเวลาที่มันเริ่มหายใจออก....
เวลาที่มันเริ่มจะหายใจเข้าก็รีบเอามือออก
...
ข้าพระเจ้าทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 15 นาท
ีใน15นาทีนั้น มันก็หยุดร้องครวนคาง
..
ข้าพระเจ้าสังเกตดูท้องของมันที่แฟ๊บขึ้นแฟ๊บลงตามจังหวะหายใจ
...
ข้าพนะเจ้าเห็นท้องที่แฟ๊บขึ้นแฟ๊บลงนั้น
ช้าลง..อ่อนกำลังลง
นี้คือแสดงว่า มันต้องการลมน้อย ใจเริ่มสงบ
จิตของสุนัขเปลี่ยนขันธ์...
...
จากที่ไปเกาะเวทนาขันธ์ ในส่วน"ทุกขเวทนา"
...
เปลี่ยนไปเกาะรูปขันธ์
ทุกข์เวทนาจึงดับไปพร้อมกับจิตดวงนั้น
..
แต่มาเกิดดับสลับกับรูปขันธ์และเวทนาขันธ์อย่างเร็ว (จากที่
ส่วนมากเกาะแต่เวทนาขันธ์ในส่วน"ทุกข์" แต่เปลี่ยนมาสลั
บเกาะรูปขันธ์มากขึ้น)
..
เวทนาจึงดับ..
สุนัขจึง ใจเริ่มสงบ ทุกข์ทุเลาลง..
(# อานาปานสติ ผู้ใดฝึกให้ดี แม้จะเอาเข็มมาจึ๊กมาแทง ก็
ไม่รู้สึก)
พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ
5 มี.ค. 2016
น่าสงสารหมา..
...
มันร้องแบบครวนคางทรมาณมาก..
...
มันทุกข์ทั้งทางกายและทางทั้งจิต
..
ถ้ามันฟังภาษาคนรู้เรื่องเหมือนสัตว์ในสมัยหลายกัปมาแล้ว ที่คุย
กับคนรู้เรื่อง..
เราจะแสดงธรรมะให้มันฟังว่า
"ทุกข์ทางกายมันโชว์ให้ดูแล้ว เห็นไหม รู้สึกไหม ความทุกข์นั้นมัน
อยู่ที่ส่วนกาย
แต่เราคือจิตคือวิญญาณ ที่รู้ความทุกข์
..
ถ้ารู้ทุกข์แบบเฉยๆ มันจะทุกข์ก็ทุกข์ไป แต่เราจะไม่มีอุ
ปาทานหมายมั่นว่า
สภาพภาวะความทุกข์นั้นเป็นเรา ใช่เราแน่ๆ
..
เเต่เราจะเฝ้าดูมัน จนกว่ากายมันจะถึงภาวะที่ไม่ให้
วิญาณอาศัยได้
...
เราก็จะไม่ต้องมารู้ความทุกข์ของร่างกายแล้ว
ข้าพระเจ้าเห็นอย่างนี้แล้วก็สงสาร
จึงใช้นิ้วมือ แตะที่ปลายจมูกมันในเวลาที่มันเริ่มหายใจออก....
เวลาที่มันเริ่มจะหายใจเข้าก็รีบเอามือออก
...
ข้าพระเจ้าทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 15 นาท
ีใน15นาทีนั้น มันก็หยุดร้องครวนคาง
..
ข้าพระเจ้าสังเกตดูท้องของมันที่แฟ๊บขึ้นแฟ๊บลงตามจังหวะหายใจ
...
ข้าพนะเจ้าเห็นท้องที่แฟ๊บขึ้นแฟ๊บลงนั้น
ช้าลง..อ่อนกำลังลง
นี้คือแสดงว่า มันต้องการลมน้อย ใจเริ่มสงบ
จิตของสุนัขเปลี่ยนขันธ์...
...
จากที่ไปเกาะเวทนาขันธ์ ในส่วน"ทุกขเวทนา"
...
เปลี่ยนไปเกาะรูปขันธ์
ทุกข์เวทนาจึงดับไปพร้อมกับจิตดวงนั้น
..
แต่มาเกิดดับสลับกับรูปขันธ์และเวทนาขันธ์อย่างเร็ว (จากที่
ส่วนมากเกาะแต่เวทนาขันธ์ในส่วน"ทุกข์" แต่เปลี่ยนมาสลั
บเกาะรูปขันธ์มากขึ้น)
..
เวทนาจึงดับ..
สุนัขจึง ใจเริ่มสงบ ทุกข์ทุเลาลง..
เราทั้งหลายรู้สึกเวทนาทางกายไหมตอนนี้
สุขทางกายหรือเปล่า หรือทุกข์
หรือรู้สึกเฉยๆ ส่วนมากจะรู้สึกเฉยๆ เพราะไม่มีบาดแผ
ลเลือดไหลปวด หรือเจ็บเนื้อเจ็บกระดูก เจ็บปวดเหมือนช่วงคนจะตาย
..
นี่แหละให้เรารู้ความรู้สึกเฉยๆนี้ไว้
รู้ว่ามันเป็นของส่วนกาย แต่มีจิตเป็นผู้รู้
พวกเราอย่าได้หลงว่าความรู้สึกเฉยๆนี้คือเรา
เพราะว่า..
จะเปรียบเหมือนงูนะ
ทุกข์เวทนาเปรียบเหมือนหัวงู
ไม่สุขไม่ทุกข์เปรียบเหมือนตรงกลางหลังของงู
สุขเวทนาเปรียบเหมือนหางงู
ความรู้สึกเฉยๆนี้ เปรียบเหมือนกลางตัวของงู
เราอย่าได้ไปหลงจบกับงูทั้งตัว หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของมัน
แต่ให้มีสติรู้ว่า ทั้ง3ความรู้สึกนี้ว่า นั้นไม่ใช่เรา
(# อานาปานสติ ผู้ใดฝึกให้ดี แม้จะเอาเข็มมาจึ๊กมาแทง ก็
ไม่รู้สึก)
พระมงคลชัย กิตติโสภโณ อย่าหลงวิบากเด้อ
5 มีนาคม 2016 เวลา 18:09 น. · ความเป็นส่วนตัว:
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น