พระพุทธเจ้า ๓๐ พระองค์
นับแต่กัปนี้ไปในอดีตสี่อสงไขย(นับไม่ได้)แสนกัป มีพระพุทธเจ้าผู้เจ้าผู้นำพิเศษ ๔ พระองค์ คือ
พระตัณหังกะระ, พระเมธังกะระ, พระสะระณังกะระ และพระทีปังกะระ
สัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผู้ชนะข้าศึกเหล่านั้นมีในกัปเดียวกัน
ต่อจากสมัยของพระทีปังกะระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผู้น
ำโลกพระนามว่า โกณฑัญญะ มีพระองค์เดียวในกัปหนึ่งทรงยัง
หมู่ชนเป็นอันมากให้ข้ามโอฆะ(แดนกันดาร)
ระหว่างกัปของพระผู้มีพระภาคทีปังกะระ และพระศาสดาโกณฑ
ัญญะพุทธเจ้า เป็นสมัยที่ว่างจากพระพุทธเจ้า นานหนึ่งอสงขัยก
ัป
ต่อจากสมัยของพระโกณฑัญญะพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าผู
้นำโลกพระนามว่า มังคะละพุทธเจ้า ระหว่างกัปของพร
ะพุทธเจ้าทั้ง ๒ พระองค์ ว่างจากพระพุทธเจ้านานหนึ่งอสงไ
ขยกัป
พระมุนีสุมังคะละพุทธเจ้า, พระสุมะนะพุทธเจ้า, พระเรวะตะพุทธเจ
้า, และพระโสภิตะพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุทรงทำแ
สงสว่างแก่โลก เหล่านั้นก็มีในกัปเดียวกัน
ต่อจากสมัยของพระโสภิตะพุทธเจ้า มีพระมหามุนีพุท
ธเจ้าพระนามว่า อโนมะทัสสีพุทธเจ้า, ระหว่างกัปของพร
ะพุทธเจ้า ๒ พระองค์ นั้นว่างจากพระพุทธเจ้านานหนึ่ง
อสงไขยกัป
พระพุทธเจ้าผู้นำคือ พระอโนมะทัสสีพุทธเจ้า, พระปะทุมะพุทธเจ
้า, และพระนาระทะพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าผู้ทำที่สุดแห่งความ
มืดเหล่านั้นมีในกัปเดียว
ต่อจากสมัยของพระนาระทะพุทธเจ้า นานแสนกัปมีพระพุทธเจ้า
ผู้นำโลกพระนามว่า ปทุมุตตะระพุทธเจ้า ทรงอุบัติขึ้นเป็น
ผู้นำโลก ทรงยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ข้ามโอฆะ
ในสามหมื่นกัปต่อจากพระปทุมุตตะระพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้า ๒
พระองค์ คือ พระสุเมธะพุทธเจ้า, และพระสุชาตะพุทธเจ้า ทรง
ยังหมู่สัตว์ให้พ้นจากสังสาระ
ในหนึ่งพันแปดร้อยกัป ต่อมามีพระพุทธเจ้า ๓ พระองค์คือ
พระปิยะทัสสีพุทธเจ้า, พระอัตถะทัสสีพุทธเจ้า, และพระธัมมะทัสส
ีพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทั้ง ๓ พระองค์ผู้สูงสุดแห่งสัตว์ ๒ เท้า ผู้
ไม่มีบุคคลใดเปรียบในโลก เสด็จอุบัติในกัปเดียวกัน
ต่อจากนี้ในกัปที่เก้าสิบสี่ มีพระมหามุนีพระองค์เดียวพระนามว่า
สิตธัตถะพุทธเจ้า ผู้รู้แจ้งโลก ผู้ยอดเยี่ยมโดยบุญลักษณ์
ต่อมาในกัปที่เก้าสิบสองมีพระผู้นำโลก ๒ พระองค์คือ
พระติสสะพุทธเจ้า, และพระปุสสะพุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเสมอ
ไม่มีบุคคลเปรียบ
ต่อมาในกัปที่เก้าสิบเอ็ด มีพระพุทธเจ้าผู้นำโลกพระนามว่า
วิปัสสีพุทธเจ้า พระองค์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา
ทรงปลดเปลื้องสัตว์ทั้งหลายจากเครื่องผูกแล้ว
ต่อมาในกัปที่สามสิบเอ็ด มีพระผู้นำ ๒ พระองค์คือ
พระสีขีพุทธเจ้า และพระเวสสะภูพุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเสมอ
ไม่มีบุคคลเปรียบเทียบ
ต่อมาในกัปที่ยี่สิบเก้า ในภัทระกัป (กัปเจริญ) นี้ มีพระผู้นำ ๓
พระองค์คือ พระกะกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคะมะนะพุทธเจ้า
และพระกัสสะปะพุทธเจ้า
ส่วนเราตถาคตเราเป็นพระพุทธเจ้าในปัจจุบัน(โคตมะพุทธเจ้า)
และพระเมตเตยยะโพธิสัตว์ จักเป็นพระพุทธเจ้า ที่จะทรงอุบัติใ
นอนาคต พระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ นี้เป็นปราชญ์ผู
้อนุเคราะห์โลก บรรดาผู้เป็นพระธรรมราชาเหล่านั้น
เราโคตะมะพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระสาวก ผู้บอกทางพ้นทุก
ข์แก่เหล่าสัตว์หลายโกฏิก็จะปรินิพพาน
(ข้อมูลมาจาก ปกิณกะของพระพุทธเจ้า พระไตรปิฎกอรรถกถา
เล่ม ๗๓ หน้า ๗๓๖)
ข้อมูลเพิ่มเติม เท่าที่ข้าพเจ้าได้ศึกษามา พระพุทธองค์
ท่านกล่าวถึงพระพุทธเจ้าในอดีต มาให้พระสงฆ์ในสภาธรรมฟัง
อันที่จริง พระพุทธเจ้าหาประมาณจนนับไม่ได้
การอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละพระองค์เป็
นการยาก
ในพุทธวงศ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย(
โคตมะพุทธะ) มีอยู่ในพุทธวงศ์จำนวน ๒๘ พระองค์
คือหลังจากได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระองค์
ใดพระองค์หนึ่งแล้วว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
นั้นคือจัดอยู่ในพุทธวงศ์ พระผู้มีภาคเจ้าของเราได้รับมัธ
ยาเทพคำพยากรณ์จากสำนักของพระมิ่งมงกุฎทีปังกรพุทธเจ้า
สมัยที่ยังเป็นสุเมธะฤาษีดาบสโพธิสัตว์ ได้ร่วมทำทางถวา
ยแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าทีปังกรพุทธเจ้า มอบกายถวายชีวิต
แด่พระผู้มีภาคเจ้าพระองค์นั้น พร้อมกับได้รับพุทธพยากรณ์
จากสำนักของพระทีปังกรพุทธเจ้า ว่าจักเป็นหน่อเ
นื้อพระพุทธเจ้า ในอนาคตในกัปอันหาประมาณมิได้ นับจากนี้ไป
๔ อสงไขยแสนมหากัป จักจะได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
นามว่า โคตมะพุทธเจ้า เป็นต้น
ส่วน อสงไขย กัป กัปป์ กัล เป็นหน่วยนับ ซึ่งเยอะจนเลขที่เราใช้นับ
กันอยู่ นับไม่ได้ เช่น โกฎิ ๑ โกฎิ เท่า ๑๐ ล้าน เป็นต้น
ในพระธารณปริตรสูตร พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย
ท่านทรงแสดงพระธารณปริตรสูตรให้พระอานนท์เถระฟัง
ถึงจำนวนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๙๙ โกฎิ
แต่ที่พระพุทธองค์ ไม่ทรงกล่าวมาอีกยังเยอะ เทียบได้ว่ามากก
ว่าเม็ดทรายในมหาสมุทรทั้ง ๔
ในภัทรกัปนี้ เหลือพระศรีอาริยะเมตไตรโยโพธิสัตว์ อีกพระองค์เดียว
ก่อนที่ พระเมตไตรโยโพธิสัตว์ จะได้ลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสั
มพุทธเจ้านั้น
จะเป็นยุคพระปัจเจกพุทธเจ้ามาอุบัติขึ้น ๒๐๑,๐๐๐ พระองค์ แต่
จะลงมาตรัสรู้เป็นพระปัจเจกะพุทธะ ไม่ได้ลงมาพร้อมกันเลยทีเดียว
จะลงมาตรัสรู้เป็นปัจเจกพุทธเจ้า แล้วแต่ละช่วงในกัปนั้น
จากนั้นโลกจะว่างเว้นจากพระธรรมอีกแสนนาน จนมนุษย์ในยุคนั
้นมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ ๘๐,๐๐๐ ปี พระศรีอาริยะเมตไตรโยโพธิสัตว์
จักลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้า เทศน์สอนธรรมอีก ๘๐,๐๐๐ ปี
พระสงฆ์สาวก เทศน์สอนธรรมอีก ๘๐,๐๐๐ ปี
บุคคลสำเร็จธรรมสูงสุดถึงขั้น อนาคามี อีก ๘๐,๐๐๐ ปี
บุคคลสำเร็จธรรม เป็นอริยะบุคคลถึงขั้น สกทาคามี อีก ๘๐,๐๐๐
ปี
บุคคลรักษาศีล ๕ ศีล ๘ อีก ๘๐,๐๐๐ ปี
จากนั้นโลกก็จะเว้นว่างจากพระธรรมอีกแสนนาน
แล้วจะเป็นยุคของ พระปัจเจกพุทธเจ้า จะมาตรัสรู้ในอนาคต อีก
๓๐๐,๐๐๐ องค์ จากนั้นโลกก็จะเว้นว่างจากพระธรรมอีกแสนนาน
แล้วจะเป็นยุคพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาอุบัติขึ้นอีกเพียง ๒ พระองค์
แล้วก็ว่างจะพระพุทธศาสนาอีก เป็นอยู่อย่างนี้กลับไปกลับมา
ในแต่ละกัป พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะอุบัติขึ้นไม่เท่ากัน
แล้วแต่บารมีที่แต่ะละพระองค์สร้างกันมา แยกเป็น ๓ ประเภท ๙
ระดับปกติ และ ๓ ระดับพิเศษ
พระพุทธเจ้ามี ๓ ประเภท คือ
– ปัญญาธิกะ
– สัทธาธิกะ
– วิริยาธิกะ
มีระดับอยู่ ๙ ระดับ ดังนี้
ปัญญาธิกะที่ ๑ มีอายุ ๑๐,๐๐๐ ปี
ปัญญาธิกะที่ ๒ มีอายุ ๕,๐๐๐ ปี
ปัญญาธิกะที่ ๓ มีอายุ ๑๐๐ ปี
สัทธาธิกะที่ ๑ มีอายุ ๔๐,๐๐๐ ปี
สัทธาธิกะที่ ๒ มีอายุ ๓๐,๐๐๐ ปี
สัทธาธิกะที่ ๓ มีอายุ ๒๐,๐๐๐ ปี
วิริยาธิกะที่ ๑ มีอายุ ๑๐๐,๐๐๐ ปี
วิริยาธิกะที่ ๒ มีอายุ ๙๐,๐๐๐ ปี
วิริยาธิกะที่ ๓ มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี
ข้อมูลมาจาก ธรรมะหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ผู้มากมีบุญ
ในกัณฑ์เทศน์เรื่อง อธิษฐานบารมี ของพระพุทธเจ้าเรา
ในพระชาติที่เสวยพระชาติเป็น วิฑูรบัณฑิต อธิษฐานไม่ให้ผ้
าหลุดออกจากกาย อธิษฐานไม่ให้ตายให้ได้เทศน์สอน
ธรรมนางนาค ฯลฯ
กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่
ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้
ทุกๆท่านครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น