วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ธรรมะ พระอาจารย์มงคลชัย กิตติโสภโณ. :ดีดก้อนกวาดใส่พระปัจเจกพุทธะคนดีดไปเกิดในนรกหลายแสนปีหลังจากนั้นมาเกิดเป็นเปตรถูกไฟไหม้#พระปัจเจกนั้นมีญาณยั่งรู้ในอนาคตแน่นอน และน่าจะรู้วันปรินิพานของตนเองและต้องปรินิพพานด้วยอาการอย่างไรตายอย่างไร ท่านคงรู้จะเห็นได้ว่า สมมุติว่า ถึงพระปัจเจกจะเคยทำปาณาติบาติกรรมดำในชาติที่ท่านยังไม่ตรัสรู้กับคนดีดกวาด หรือบุคคลอื่นแต่เมื่อท่านได้ตรัสรู้แล้วท่านก็ไม่อาจหนีกรรมไปได้เลยท่านต้องเจอประสพวิบากกรรมเก่าแน่นอน (พระพุทธเจ้า แม้ตรัสรู้แล้ว กรรมก็ยังให้ผล)ท่านออกบิณบาติ ยังไม่ทันได้อาหารท่านโดนชายฝึกหัดดีดก้อนกวาด ดีกวาดใส่ด้วยเจตนาตั้งใจ ทดลองฝึกซ่อมลองวิชา ดีดกวาดที่เรียนมาพึงจบชายดีดกวาดเล่งใส่หูพระปัจเจก(เพราะไม่รู้จักพระปัจเจกเลย ท่านคงแต่งผ้าธรรมดาๆ ทั่วไป ขออาหารทั่วไป ละทิ้ง ไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่มีบ้าน)ชายดีดกวาดจึงดีดโดนหูซ้ายทะลุหูขวาพระปัจเจก ทุกขเวทนากล้าแข็งเจ็บแสบเผ็ดร้อนปรากฏแก่พระปัจเจกๆ จึงเหาะไปยังภูเขาแล้วปรินิพพานที่นั้นทั้งๆที่ท่านก็มีฤทธิ์ แต่ท่านไม่อธิฐาน ประสานกระดูกเหมือนพระโมคคัลลานาเลย#แสดงว่า กรรมเก่าของท่านให้ผลท่าน ท่านต้องปรินิพพาน#เข้าใจแล้วว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า"ไม่ให้จองเวรกัน เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร" ถ้าเราประทุษร้ายอาฆาสจองเวรใครหรือใครคนนั้นบุคคลนั้นจะเคยทำร้ายเรามาก็ตามถ้าหากต่อไป เขาบรรลุอรหันต์แต่ด้วยกรรมที่เรามีเจตนาผูกเวนจะเอาคืนเขาพอชาติใหม่เป็นคิวเราที่ต้องเอาคืนเขา จะมีความคิดหรือแรงขับดันอยากจะให้เรา เอาคืนเขาทั้งๆที่ก็ระลึกขาติไม่ได้ ลืมหมด เรื่องที่เขาทำไม่ดีในชาติก่อนให้เรา เราจะประทุษร้ายต่อเขาเอาคืนเขาทำร้ายเขาคืน ก็คือลืมหมดเรื่องชาติก่อนเพราะเจอกันชาติใหม่ หน้าตาก็เปลี่ยนกันใหม่หมด ไม่เหมือนเดิมแต่ด้วยอำนาจจิต ยังมีกระแสโยงกันไว้อยู่ ถึงหน้าจะเปลี่ยนไปเพราะเกิดในชาติใหม่ก็ตาม จิตยังมีเวรต่อกันอยู่เหมือนพระเทวฑัตกับพระพุทธเจ้าในชาติก่อนจะตรัสรู้ นับถอยที่หลังทีละชาติหน้าตาท่านก็ไม่เหมือนเดิมเลยและการเกิดใหม่ต้องลืมแต่ฉะไหน พระเทวทัตท่านยังต้อง มีการทำกรรมไม่ดีต่อพระโพธิสัตว์ได้ถูกคน เกิดมาแล้วทำกรรมถูกตัวถูกคนก็เพราะอำนาจของจิตแน่นอนจนลามมาชาติสุดท้ายของพระพุทธะเจ้า ซึ่งผลก็คือพระเทวทัตทำร้ายจอมพระอรหันต์นั่นเองทีนี้การทำร้ายพระอรหันต์คิดประทุษร้ายกับพระอรหันต์ ย่อมเป็นบาปใหญ่หลวงไม่คุ้มเลยที่เราจะจองเวรใครถึงเขาคนนั้นจะทำไม่ดีต่อเรา(เหมือนพระพุทธเจ้าสอนว่าถ้าเขาเอาเลือยมาตัดขาเธอ เธอก็อย่าประทุษร้ายต่อเขา อย่าจองเวรเขา)ถ้าเขาคนนั้นบรรลุเป็นอรหันต์สัมมาสัมพุทธะหรือปัจเจกพุทธะหรืออรหันต์สาวกเรานี่ได้สิทธิเอาคืนเขาแน่นอนและจะมีแรงขับดันเอาคืนมาโน้มนาวจิตใจเราแน่นอนถ้าเราสติไม่ดีเผลอทำกรรมดำลงไป เช่น ปานาติบาติ เผากุฏีท่าน ใส้ร่ายท่าน อกุศลกรรมบท ๑๐ ข้อใดข้อหนึ่งลงไป ก็จะเป็นดกรรมหนัก ลากไปสู้นรกได้เลย(ใช่อยู่ถึงเขาจะเคยทำไม่ดีกับเรา เขาทำร้ายเรา เขาใส่ร้ายเรา หรืออกุศลกรรมบท๑๐ข้อใดก็ตามกับเรา)ถ้าเขาบรรลุธรรมแล้วก็คือจิตเขาเปลี่ยนไปแล้ว เป็นคนละคนแล้วเขาเป็นพระอรหันต์#พระพุทธเจ้าจึงสอนว่าทำนองว่าไม่ให้ประทุษร้าย ไม่ให้จองเวรให้มีอภัย มีเมตตาต่อกัน

ดีดก้อนกวาดใส่พระปัจเจกพุทธะ

คนดีดไปเกิดในนรกหลายแสนปี
หลังจากนั้นมาเกิดเป็นเปตรถูกไฟไหม้

#พระปัจเจกนั้นมีญาณยั่งรู้ในอนาคตแน่นอน และน่าจะรู้วันปรินิพานของตนเอง
และต้องปรินิพพานด้วยอาการอย่างไรตายอย่างไร ท่านคงรู้

จะเห็นได้ว่า สมมุติว่า ถึงพระปัจเจกจะเคยทำปาณาติบาติกรรมดำในชาติที่ท่านยังไม่ตรัสรู้
กับคนดีดกวาด หรือบุคคลอื่น

แต่เมื่อท่านได้ตรัสรู้แล้ว
ท่านก็ไม่อาจหนีกรรมไปได้เลย
ท่านต้องเจอประสพวิบากกรรมเก่า
แน่นอน (พระพุทธเจ้า แม้ตรัสรู้แล้ว กรรมก็ยังให้ผล)

ท่านออกบิณบาติ ยังไม่ทันได้อาหาร
ท่านโดนชายฝึกหัดดีดก้อนกวาด ดีกวาดใส่ด้วยเจตนาตั้งใจ ทดลองฝึกซ่อมลองวิชา ดีดกวาดที่เรียนมาพึงจบ

ชายดีดกวาดเล่งใส่หูพระปัจเจก
(เพราะไม่รู้จักพระปัจเจกเลย ท่านคงแต่งผ้าธรรมดาๆ ทั่วไป ขออาหารทั่วไป ละทิ้ง ไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่มีบ้าน)

ชายดีดกวาดจึงดีดโดนหูซ้ายทะลุหูขวาพระปัจเจก ทุกขเวทนากล้าแข็งเจ็บแสบเผ็ดร้อนปรากฏแก่พระปัจเจกๆ จึงเหาะไปยังภูเขาแล้วปรินิพพานที่นั้น

ทั้งๆที่ท่านก็มีฤทธิ์ แต่ท่านไม่อธิฐาน ประสานกระดูกเหมือนพระโมคคัลลานาเลย#

แสดงว่า กรรมเก่าของท่านให้ผลท่าน ท่านต้องปรินิพพาน

#เข้าใจแล้วว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า
"ไม่ให้จองเวรกัน เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"
 ถ้าเราประทุษร้ายอาฆาสจองเวรใคร
หรือใครคนนั้นบุคคลนั้นจะเคยทำร้ายเรามาก็ตาม

ถ้าหากต่อไป เขาบรรลุอรหันต์
แต่ด้วยกรรมที่เรามีเจตนาผูกเวนจะเอาคืนเขา

พอชาติใหม่เป็นคิวเราที่ต้องเอาคืนเขา จะมีความคิดหรือแรงขับดัน
อยากจะให้เรา เอาคืนเขา

ทั้งๆที่ก็ระลึกขาติไม่ได้ ลืมหมด เรื่องที่เขาทำไม่ดีในชาติก่อนให้เรา เราจะประทุษร้ายต่อเขาเอาคืนเขาทำร้ายเขาคืน ก็คือลืมหมดเรื่องชาติก่อน

เพราะเจอกันชาติใหม่ หน้าตาก็เปลี่ยนกันใหม่หมด ไม่เหมือนเดิม

แต่ด้วยอำนาจจิต ยังมีกระแสโยงกันไว้อยู่ ถึงหน้าจะเปลี่ยนไปเพราะเกิดในชาติใหม่ก็ตาม  จิตยังมีเวรต่อกันอยู่

เหมือนพระเทวฑัตกับพระพุทธเจ้า
ในชาติก่อนจะตรัสรู้ นับถอยที่หลังทีละชาติ
หน้าตาท่านก็ไม่เหมือนเดิมเลย
และการเกิดใหม่ต้องลืม

แต่ฉะไหน พระเทวทัตท่านยังต้อง มีการทำกรรมไม่ดีต่อพระโพธิสัตว์ได้ถูกคน เกิดมาแล้วทำกรรมถูกตัวถูกคน
ก็เพราะอำนาจของจิตแน่นอน

จนลามมาชาติสุดท้ายของพระพุทธะเจ้า ซึ่งผลก็คือพระเทวทัตทำร้ายจอมพระอรหันต์นั่นเอง

ทีนี้การทำร้ายพระอรหันต์
คิดประทุษร้ายกับพระอรหันต์ ย่อมเป็นบาปใหญ่หลวง

ไม่คุ้มเลยที่เราจะจองเวรใคร
ถึงเขาคนนั้นจะทำไม่ดีต่อเรา
(เหมือนพระพุทธเจ้าสอนว่า
ถ้าเขาเอาเลือยมาตัดขาเธอ เธอก็อย่าประทุษร้ายต่อเขา อย่าจองเวรเขา)

ถ้าเขาคนนั้นบรรลุเป็นอรหันต์สัมมาสัมพุทธะ
หรือปัจเจกพุทธะ
หรืออรหันต์สาวก

เรานี่ได้สิทธิเอาคืนเขาแน่นอน
และจะมีแรงขับดันเอาคืนมาโน้มนาวจิตใจเราแน่นอน

ถ้าเราสติไม่ดีเผลอทำกรรมดำลงไป เช่น ปานาติบาติ เผากุฏีท่าน  ใส้ร่ายท่าน อกุศลกรรมบท ๑๐ ข้อใดข้อหนึ่งลงไป ก็จะเป็นดกรรมหนัก ลากไปสู้นรกได้เลย

(ใช่อยู่ถึงเขาจะเคยทำไม่ดีกับเรา เขาทำร้ายเรา เขาใส่ร้ายเรา หรืออกุศลกรรมบท๑๐ข้อใดก็ตามกับเรา)

ถ้าเขาบรรลุธรรมแล้ว
ก็คือจิตเขาเปลี่ยนไปแล้ว เป็นคนละคนแล้ว

เขาเป็นพระอรหันต์

#พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า
ทำนองว่า
ไม่ให้ประทุษร้าย ไม่ให้จองเวร
ให้มีอภัย มีเมตตาต่อกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น