วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565

สมุทัย คือ อาการวาดภาพขึ้นมา > องค์ธรรมต่อมา พอใจ > ทะเยอทะยานอยากให้ลุสำเร็จผลดั่งในภาพวาดนั้นโดยเร็วนี่เรียกว่า ภวตัณหามรรค คือ ถ้ายังไม่รู้วิธีดับมันทางใจให้มารู้ที่กาย(โผฏฐัพพะ) อิริยาบรรพพะทางกาย กายยานุปัสนาไง มีหลายหมวดนะและทางใจอสุภะ๑๐ไง? เกิดทั้งสมาธิระดับอ่อน และนิพพิทาด้วย เป็นบาทให้เกิดอภิญญาด้วยแม้ความเห็นจะถูก แต่ถ้าระดับสมาธิไม่แรง ก็แทงขันธ์ให้สมุทเฉดทปาน จนความยึดถือขาดสบั่นไปจากขันธ์ ไม่กลับมาอีก พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า สมาบัติมีเท่าใด อัญญาปฏิเวทก็มีเท่านั้นท่านจึงสอนภิกษุพวกที่มีความเห็นรู้ชัดตามความเป็นจริง ในไตรลักษณ์ ให้หลีกออก ทำสมาธิ และท่านตรัสอีกว่า ฌานสี่ใกล้นิพพานฉะนั้นท่านจงรู้เองเถิดว่าจะต้องทำอย่างไร ท่านนั้นมีข้อหน้าตำหนิคือในเรื่องเกี่ยวกับ สมาธิ ถ้ามีสมาธิอุปจาระเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา นิวรณ์๕ทั้งหลายครอบงำจิตท่านไม่ได้เลย การที่ท่านจะให้อุปจาระสมาธิเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องมีการเข้าฌานความสงบแห่งจิตให้บ่อยและเมื่อจิตตั้งมั่นระดับฌานสี่๔แล้ว พิจารณาขันธ์๕ ตาม ฌานสูตรก็จะเป็นทางไปอีกทางหนึ่งและถ้าไม่พิจาราณาไปทางให้รู้แจ้งธรรมอันเป็นที่หลุดพ้น จากวัฏฏะสงสารนี้ไปแต่น้อมจิตไป เพืรออภิญญาประการต่างๆ ก็ได้ เช่น น้อมไปเพื่อทิพยจักษุ โตตะทิพย์ เจโตปริญญาณ เป็นต้นหรือไม่ประสงค์อภิญญาแต่เข้าอยู่เพืรอเป็นสุขวิหารธรรมก็ได้ ขากนั้นออกแล้วไปบิณฑบาต ก็จะมีอานิสงค์มากขึ้นดีกว่าเพลิดเพลินปล่อยให้เสียเวลาทิ้งโดยไม่ทำอะไรเลย ในคำสั่งสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ที่อุบัติขึ้นได้ยากและนาน และตรงกับช่วงท่านเกิดอย่าลืมนะว่า ยุคอายุไข มนุษย์ตอนนี้ เป็นขาลง ไม่ใช่ยุคต้นกัปล์และมันมีความสิ้นไปแบบเงียบ ทุกขณะ ไม่เว้นแม้กระทั้งตอนนี้ เห็นไหม ลมหายใจชุดเก่าล่วงไปแล้ว ชุดใหม่เกิดขึ้นแล้วเห็นไหมว่า เวลามันไปตลอด กายนี้ก็ตายไปตลอดๆ

สมุทัย คือ อาการวาดภาพขึ้นมา >  องค์ธรรมต่อมา พอใจ > ทะเยอทะยานอยากให้ลุสำเร็จผลดั่งในภาพวาดนั้นโดยเร็ว
นี่เรียกว่า ภวตัณหา

มรรค คือ ถ้ายังไม่รู้วิธีดับมันทางใจ
ให้มารู้ที่กาย(โผฏฐัพพะ) อิริยาบรรพพะ

ทางกาย กายยานุปัสนาไง มีหลายหมวดนะ
และทางใจ
อสุภะ๑๐ไง? เกิดทั้งสมาธิระดับอ่อน และนิพพิทาด้วย เป็นบาทให้เกิดอภิญญาด้วย


แม้ความเห็นจะถูก แต่ถ้าระดับสมาธิไม่แรง ก็แทงขันธ์ให้สมุทเฉดทปาน จนความยึดถือขาดสบั่นไปจากขันธ์ ไม่กลับมาอีก   พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า สมาบัติมีเท่าใด อัญญาปฏิเวทก็มีเท่านั้น

ท่านจึงสอนภิกษุพวกที่มีความเห็นรู้ชัดตามความเป็นจริง ในไตรลักษณ์ ให้หลีกออก ทำสมาธิ    
และท่านตรัสอีกว่า ฌานสี่ใกล้นิพพาน

ฉะนั้นท่านจงรู้เองเถิดว่าจะต้องทำอย่างไร  ท่านนั้นมีข้อหน้าตำหนิคือในเรื่องเกี่ยวกับ สมาธิ 
ถ้ามีสมาธิอุปจาระเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา นิวรณ์๕ทั้งหลายครอบงำจิตท่านไม่ได้เลย การที่ท่านจะให้อุปจาระสมาธิเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องมีการเข้าฌานความสงบแห่งจิตให้บ่อย
และเมื่อจิตตั้งมั่นระดับฌานสี่๔แล้ว พิจารณาขันธ์๕ ตาม ฌานสูตร
ก็จะเป็นทางไปอีกทางหนึ่ง
และถ้าไม่พิจาราณาไปทางให้รู้แจ้งธรรมอันเป็นที่หลุดพ้น จากวัฏฏะสงสารนี้ไป
แต่น้อมจิตไป เพืรออภิญญาประการต่างๆ ก็ได้ เช่น น้อมไปเพื่อทิพยจักษุ โตตะทิพย์ เจโตปริญญาณ เป็นต้น
หรือไม่ประสงค์อภิญญา
แต่เข้าอยู่เพืรอเป็นสุขวิหารธรรมก็ได้ ขากนั้นออกแล้วไปบิณฑบาต ก็จะมีอานิสงค์มากขึ้น

ดีกว่าเพลิดเพลินปล่อยให้เสียเวลาทิ้ง
โดยไม่ทำอะไรเลย ในคำสั่งสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ที่อุบัติขึ้นได้ยากและนาน และตรงกับช่วงท่านเกิด

อย่าลืมนะว่า ยุคอายุไข มนุษย์ตอนนี้ เป็นขาลง ไม่ใช่ยุคต้นกัปล์
และมันมีความสิ้นไปแบบเงียบ ทุกขณะ ไม่เว้นแม้กระทั้งตอนนี้  เห็นไหม ลมหายใจชุดเก่าล่วงไปแล้ว ชุดใหม่เกิดขึ้นแล้ว
เห็นไหมว่า เวลามันไปตลอด กายนี้ก็ตายไปตลอดๆ

Samutai is the symptom of drawing up > the next Dharma. Satisfied > Ambitious, wanting to achieve the results as in that painting asap.
 This is called Bhavatanha.

 The way is if you don't know how to quench it mentally.
 Let them come to know the body (tatthappa), the posture

 Physically, there are many types of kayanupassana.
 and mentally
 Asupha 10? Both the concentration level is weak. and nippita It is also a baht for the birth of Apinya.


 even if the opinion is correct But if the concentration level is not strong then stabbed the khan to give Samut a shade until the clinging had shattered from the khandha and never returned, the Buddha said: how much treasure There is only the solemn declaration.

 So he taught the monks who had a clear view of the truth, in the trinity, to avoid and meditate.
 and he said, Fourth Jhana near Nirvana

 So know for yourself what to do. He had a complaint in regards to meditation.
 If you have to concentrate all the time The five hindrances cannot control your mind. That you will provide support for meditation all the time. There must be frequent meditating on peace of mind.
 and when the mind is set to the Fourth Jhana level Consider the five aggregates according to the meditation sutra.
 It will be the other way.
 and if you do not consider the way to enlighten the dharma which is liberating From this cycle of pity
 But you can bow your mind away for various reasons, for example, you can bow down for the divine eye, Totathip, and Jetopriyana, etc.
 or does not wish Apinya
 But he can live in order to be happy and virtuous. and went out for alms will have more merit

 It's better than enjoying and wasting time.
 without doing anything in the teachings of an Arahant, fully enlightened that happened to be difficult and long and corresponds to the time of your birth

 Don't forget that the era of human life is now a downward trend, not an early eclipse.
 And there was a silent extinction, every moment, not even now. See, the old breath had passed away. A new set has emerged.
 You see, time goes on forever This body is always dead.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น